Open Forex4you Account

Server รัน EA 1000 / ปี

สั่งชื้อคู่มือการโปรแรกม MQL4

Author Topic: ความรู้ทางวิชาการบริการ seo รับทำ seo ติดหน้าแรก google โดย CSLSEO  (Read 70 times)

LinePC001

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 58
CSLSEO.com ให้บริการ seo รับทำ seo ติดอันดับ Google
 
SEO สามตัวอักษรนี้ น่าจะเป็นคำที่หลายท่านสนิทสนมหรือรู้จักกันดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีเว็บของตัวเองหรือรับทำเว็บก็ตาม เพราะนอกจากจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้ยอดจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมได้แล้ว SEO ยังมีความสำคัญกับเว็บมากชนิดที่พูดได้ว่า ถ้าเว็บไซต์ไหนไม่มี หรือไม่ได้ทำ SEO ไว้ เว็บนั้นอาจต้องเตรียมปิดตัวลงในอีกไม่นานก็เป็นได้
 
SEO หรือ Search Engine Optimization คือ การปรับปรุงเว็บ (ทั้งหมด) ให้มีความพอเหมาะพอดีในการติดอันดับการทำการค้นหาของเครื่องมือค้นหายอดนิยมอย่าง Google แต่การที่จะทำให้เว็บของเราไต่ขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆ ในหน้าการทำการค้นหาหน้าแรกของ Google ได้นั้น มีความจำเป็นที่่จะอยากได้พัฒนาเว็บในหลายๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็น Content (เนื้อหา), ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ หรือแม้แต่โครงการของเว็บ ก็มีผลด้วยเช่นกัน
 
ก่อนอื่นลองนึกตามนะครับว่า ถ้าสมมุติว่า คุณอยากไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ และเข้าไปค้นหาข้อมูลบน Google โดยใช้คำว่า “ที่พักเชียงใหม่” ซึ่งเป็น Keyword ในการทำการค้นหา คำตอบที่ได้กลับมาก็คือ รายชื่อของของเว็บไซต์ ที่มีความสอดคล้องกับ Keyword ที่ใช้ทำการค้นหาไป ที่นี้พอจะนึกภาพออกใช่ไหมครับว่า ถ้าเว็บไซต์ของเรา ถูก Google นำไปเสนอเป็นข้อมูลในการค้นหาลำดับต้นๆ ให้กับผู้ที่ค้นหา ก็จะยิ่งทำให้เว็บไซต์ของเรามีปริมาณคนเข้าชมเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้นด้วยนั้นเอง
 
อย่างที่ได้กล่าวไปว่า SEO สามารถช่วยเพิ่มจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราให้มากขึ้นได้ ฉะนั้นเมื่อมีคนเข้ามาบนเว็บไซต์ของเรามากเท่าไร ความน่าจะเป็นที่เราจะขายของก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นมากเท่านั้น ถ้าไม่เชื่อ! ลองมองดูโลกของเรื่องจริงที่ว่า ถ้าหากเราเปิดร้านจำหน่ายของในแหล่งช้อปปิ้งยอดฮิต ที่มีผู้คนขวักไขว่ ร้านค้าของเรา ก็จะมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมมากสักแค่ไหน และโอกาสที่เราจะจำหน่ายสินค้าได้ก็มีมากตามไปด้วย ซึ่งโลกของอินเตอร์เน็ตก็เช่นกัน ถ้าเว็บของเราถูกจัดอันดับให้แสดงผลอยู่ในอันดับแรกๆ ของผลการค้นหา นั้นหมายถึง “ทำเลทอง” เพราะจะมีผู้เข้าชมคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ของเรามากมาย และความน่าจะเป็นที่จะเปลี่ยนให้ผู้เยี่ยมชมเหล่านั้นกลายเป็นลูกค้าก็มีมากตามไปด้วย
 
เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า การทำ SEO กับเว็บไซต์ในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่สำคัญ และจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง จนน่าจะเป็นสิ่งตัดขาดจากกันไม่ได้ซะแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ต้องการทำธุรกิจร้านค้าออนไลน์บนเว็บไซต์ด้วยแล้ว ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับ SEO เป็นอย่างมาก เพราะสามารถทำให้ธุรกิจคุณดังและปังได้ทันทีในพริบตา
 
 
ในครั้งหนึ่งร้านค้า บริษัท หรือหน่วยงาน มีเว็บเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเท่านั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงการใช้ประโยชน์ของเว็บอย่างเต็มที่ ทำให้ไม่เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนทำเว็บ แต่ในยุคปัจจุบันนี้ทุกๆ คนสามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้อย่างแพร่หลาย ทุกที่ทุกเวลา ทำให้ร้านค้า บริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ เห็นคุณค่าถึงความสำคัญของการทำเว็บไซต์เพื่อเปิดหนทาง ทางการค้ามากขึ้น จึงทำให้สมัยนี้มีเว็บไซต์เกิดขึ้นมากมาย การที่ทุกๆ คนจะจดจำ URL (Uniform Resource Locator) ของแต่ละเว็บนั้น ดูจะเป็นเรื่องที่ยากซะเหลือเกิน จึงจำเป็นต้องพึ่ง Search Engine เข้ามาช่วยในการสร้างความจดจำ และง่ายต่อการเข้าถึงเว็บ
 
Search Engine คือ แอฟที่ช่วยในการสืบค้นข้อมูลบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยผู้ใช้จะต้องกรอกคำสำคัญ (Keyword) ในการค้นหา จากนั้น Google Search จะแสดงผลการค้นหาออกมา เป็นเว็บหลายๆ เว็บ ที่มีความสอดคล้องกับ Keyword นั้น นั่นก็หมายความว่า เว็บไซต์ที่แสดงผลในอันดับต้นๆ ของ Search Engine ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดทั่วโลกอย่าง Google ก็จะมีคนคลิกเข้าไปดูเว็บไซต์นั้นเป็นจำนวนมาก เมื่อมีคนเข้าชมเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดประโยชน์ตามมาเยอะแยะ เช่น การขายผลิตภัณฑ์หรือบริการ การขายโฆษณา การโปรโมทเว็บไซต์ไซต์ เป็นต้น ในทางกลับกัน ถ้าคุณมีเว็บไซต์ แต่เว็บไซต์ของคุณไม่ได้แสดงผลอยู่ใน Search Engine แล้วล่ะก็ เว็บของคุณก็ไม่ต่างอะไรกับเว็บร้าง ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เลย ด้วยเหตุผลนี้เอง เว็บต่างๆ ย่อมอยากได้ให้เว็บไซต์ของตัวเอง ติดอยู่ในอันดับต้นๆของ Search Engine จึงเป็นที่มาของการทำ SEO นั่นเอง
 
SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization หมายถึง การจัดทำหรือพัฒนาเว็บให้แสดงผลเป็นอันดับแรกๆ ของการทำการค้นหาใน Google Search ใน Keyword ที่สมควรและตรงตามวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ เพื่อให้อยู่ในระดับสายตา และสามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
 
 
 
SEO คืออะไร? ดันเว็บไซต์ติดหน้าแรก Google ไม่ยากอย่างที่คิด
 
SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization คือกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ประเภทหนึ่งที่เน้นการปรับแต่งเว็บไซต์และ Content ต่าง ๆ ให้พึงพอใจระบบผลการค้นหาของ Google หรือที่เราเรียกกันว่า Search Engine (Search Engine อื่นๆ นอกจาก Google เช่น Yahoo, Bing เป็นต้น)
 
เพื่อทำให้หน้าเว็บไซต์ธุรกิจของเราติดหน้าแรกของผลการค้นหา ส่งผลทำให้เพิ่มการมองเห็นแบบ Organic Traffic (ยอดเข้าชมเว็บโดยไม่มีรายจ่าย) เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และประโยชน์อีกมากมายที่ธุรกิจคุณควรเริ่มทำ SEO ซึ่งข่าวดีของคนที่ชอบการทำ SEO คือ มันฟรี!! แต่จะต้องเข้าใจกันก่อนว่าการทำ SEO ให้ติดหน้าแรกนั้นต้องใช้เวลาระดับหนึ่ง
 
ซึ่งบางท่านอาจจะใช้เวลาถึง 6 เดือน หรือบางท่านก็ต้องใช้เวลาเป็นปี แต่การันตีว่าหากคุณได้พื้นที่อันดับ 1 มาครองบนหน้าผลการค้นหาของ Google ยอดขายของคุณจะสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว และสิ่งสำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอ เพราะเป้าประสงค์ของการทำ SEO ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับเท่านั้น แต่รวมถึงการรักษาอันดับให้คงไว้ที่เดิมและไม่ทำให้ตกอันดับ ถ้าหากเราหยุดทำ SEO เมื่อไหร่ก็มีความเป็นไปได้ว่าเว็บคู่แข่งของเราจะเข้ามาแทนที่
 
แล้ว SEO ที่เรากล่าวถึงนี้คืออะไรกันแน่ มีแนวทางการปฏิบัติงานอย่างไรบ้าง หากท่านอยากรู้ ทีม CSLSEO จะมาคุยให้ฟัง
 
 
ทำความรู้จัก Search Engine เหตุผลที่หลายธุรกิจต้องการทำ SEO
 
เมื่อเราอยากจะทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ เรามีความจำเป็นจะต้องรู้เสียก่อนว่า Google Search มีการปฏิบัติงานอย่างไร ซึ่งเป็นเหมือนหัวใจหลักของกลยุทธ์การตลาดในครั้งนี้
 
หน้าที่หลักของ Search Engine อย่าง Google คือการค้นหาข้อมูลที่มีอยู่มากมายก่ายกองบนโลกอินเตอร์เน็ตมาจัดเรียงลำดับความสัมพันธ์ เพื่อทำให้ผู้ค้นหา (Searchers) เกิดความพึงพอใจต่อการทำการค้นหามากที่สุด ส่วนมากแล้วคนที่จะเข้ามาใช้ Google Search นั้นมีเป้าหมายเพื่อต้องการหาคำตอบให้กับอะไรสักอย่าง โดยใช้เวลาในการทำการค้นหาน้อยที่สุด จึงทำให้ความเร็วของผลการค้นหา, ความสอดคล้องของบทความ, ประสบการณ์การใช้งาน และความน่าไว้วางใจ เป็นสิ่งสำคัญเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งาน
 
แล้ว Search Engine ใช้วิธีอะไรในการจัดเก็บข้อมูล และจัดเรียงอันดับเว็บ? เราสามารถแบ่งการดำเนินงานของ Google Search ได้เป็น 3 วิธีการด้วยกัน คือ
 
1. Crawling (การเก็บข้อมูล): กรรมวิธีการค้นหา ที่จะส่ง Bot (Crawler or Spider) ท่องไปตามหน้าเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อรวมข้อมูลตั้งแต่หน้าเว็บ, URLs, หัวข้อ, บทความ, รูปภาพ , วิดีโอ และอื่นๆ จนทั่วเว็บไซต์ เมื่อสแกนเว็บไซต์หนึ่งจนเสร็จ ตัว Bot นี้จะค้นหาลิงค์ต่าง ๆ ในหน้าเว็บที่เราได้ทำการเชื่อมต่อกับเว็บอื่นเอาไว้ และเข้าไปในเว็บไซต์นั้นเพื่อทำการสแกนต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Google Search สามารถเก็บข้อมูลสดใหม่บนอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว
 
2. Index ing (ทำดัชนี): ภายหลังทำการสแกนข้อมูลเว็บไซต์จนเสร็จสิ้น ระบบจะทำการ Index ing หรือการเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ในคลัง ซึ่งการ อินเด็กซ์ เหมือนห้องสมุดที่รวมเว็บทั้งหมดไว้ในที่เดียว ทุกเว็บที่อยากได้แสดงอยู่บนผลการค้นหา มีความจำเป็นจะต้องผ่านระบบการ อินเด็กซ์ing ของ Search Engine เสียก่อน
 
3. Ranking (ค้นหาและจัดอันดับ): สุดท้ายเมื่อผู้ค้นหาเริ่มทำการค้นหาข้อมูล Google Search จะทำการหาข้อมูลเว็บไซต์ที่มีความสัมพันธ์มากที่สุด จากคลัง Index แล้วนำมาแสดงผลให้ผู้ค้นหาเห็นในหน้าผลการค้นหา ซึ่งอันดับที่เราเห็นในหน้าผลการค้นหาตอนเรา Search เราเรียกกันว่าการ Ranking ซึ่งปัจจัยในการจัดอันดับของ Google ประกอบด้วยหลายอย่างด้วยกัน เช่น Keyword, URLs, ความน่าเชื่อถือและ อื่นๆ
 
 
ความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ SEO ขั้นพื้นฐาน
เริ่มสร้างเว็บไซต์ขึ้นหน้าแรก Google เพียง 4 วิธีการ
 
1. ค้นหา Keyword ที่ใช่สำหรับธุรกิจคุณ
 
เพื่อเชื่อมต่อการเข้าถึงระหว่างเว็บ และผู้ค้นหา เราจำเป็นจะต้องมี “Keyword” (คีย์เวิร์ด) เป็นคล้าย GPS นำทางผู้ค้นหามาเจอเว็บของเรา หากเราสังเกตเมื่อเราใส่ คำ หรือวลี อะไรก็ตามลงในช่องการค้นหา เราจะเห็นหัวข้อที่มีคำเดียวกับการค้นหาของเราเสมอ
 
แบบอย่างจากในภาพ เมื่อเราลอง Search คำว่า “SEO คืออะไร” ซึ่งก็คือ Keyword ของเรา หน้าผลการค้นหาของเราจะแสดง Content ที่มีความเกี่ยวข้อง และเว็บที่มีโอกาสจะตอบสนองความต้องการของเรามากที่สุด เว็บไซต์ชั้นนำต่าง ๆ ที่แสดงอยู่หน้าแรกก็จะนำ Keyword (SEO คืออะไร) เข้าไปอยู่ในบทความ และหัวข้อ (กรอบสีเขียว) เพื่อทำให้ Google เข้าใจว่าคอนเทนต์ของเรามีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คนกำลังค้นหา
 
ซึ่งหากจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ Keyword เหมือนความประสงค์ของผู้ค้นหานั่นเอง ส่วนคนทำ Content หรือแบรนด์อย่างเราก็ต้องทำให้เว็บไซต์ของเราตอบสนองความต้องการ โดยการใช้ Keyword ด้วยเหตุนี้หากต้องการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรกของ Google การทำการค้นหา Keyword ที่มีประสิทธิผลจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
 
การทำการค้นหา Keyword เป็นเพียงขั้นตอนแรกของการทำ SEO เพื่อให้ยูสเซอร์สามารถเจอเว็บไซต์ของเราได้ง่ายขึ้นเท่านั้น จนทำให้เกิดเป็น Organic Traffic
 
 
2. ปรับโครงสร้างเว็บ (Structure) เข้าใจง่ายทั้งผู้ใช้งานและ Google Search
 
ต่อมาเมื่อเราสามารถนำผู้ใช้งานเข้ามาเว็บเราได้แล้ว เราต้องเชื่อมั่นว่าเว็บไซต์ของเรามีโครงสร้างที่ดีพอจะส่งเสริมให้ผู้ค้นหาสนใจ และอยู่ในหน้านั้นๆ ต่อเป็นระยะเวลานาน เพราะ Organic Traffic ที่เข้ามาจะกลายเป็น High Quality Traffic (คงอยู่เว็บไซต์เป็นเวลานานจนสามารถเปลี่ยนเป็นยอดจัดจำหน่าย) หรือ Poor Quality Traffic (เข้ามาและกดออกจนทำให้เกิด Bounce Rate หรือไม่เกิดยอดจัดจำหน่าย) จะขึ้นอยู่กับความน่าใช้งานของเว็บเรา
 
ทั้งนี้การดีไซน์โครงสร้าง SEO เว็บที่ดีจะส่งเสริมให้ Google Search Bot ทำงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะทำให้ระบบ Bot สามารถเข้าถึงและ Index ข้อมูลบนเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว โครงสร้างของเว็บจะเป็นคล้ายผู้นำทัวร์ให้ Bot ของ Google Search และ ผู้ค้นหาได้พบสิ่งที่ต้องการได้อย่างสะดวก ส่งผลทำให้เกิด UX (User Experience) หรือประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีต่อผู้ค้นหาเพิ่มมากขึ้น (UX เป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถทำให้ผู้ใช้งานอยู่เว็บเรานานขึ้นและช่วยในเรื่อง Ranking)
 
หนึ่งตัวอย่างของการสร้างเว็บไซต์ SEO ที่ดีคือ การแบ่งหมวดหมู่และหัวข้อของคอนเทนต์ต่างๆ อย่างชัดเจนเพื่อความง่ายต่อการทำการค้นหา ซึ่งจากรูปภาพด้านบนจะสังเกตได้ว่าเว็บนี้ มีหัวข้อใหญ่อยู่ด้านซ้ายมือ และเมื่อเข้ามาจะเจอกับหัวข้อย่อยต่างๆ ทำให้การทำการค้นหา Content ที่อยากได้สำหรับผู้ค้นหาสามารถทำตามได้ง่าย ทั้งนี้หากเราสามารถใส่ Keyword เข้าไปในแต่ละหัวข้อได้ ก็จะเป็นการเพิ่มประสิทธิผลการทำ SEO ของเรา แต่ Keyword นั้นจำเป็นต้องสอดคล้องกับบทความด้วย หากใส่ Keyword แล้วคำดูแปลก หรือดูคล้ายตั้งใจมากเกินไปจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
 
นอกจากนี้ การสร้างเว็บที่มีประสิทธิภาพยังมีวิธีที่หลากหลาย เช่น การเพิ่มความเร็วของเว็บไซต์, การทำ Sitemap, การปรับ URLs เป็นต้น จำเอาไว้ว่าสิ่งสำคัญที่เราควรคำนึงถึงอยู่ตลอดเวลาเมื่ออยากได้ทำ SEO เว็บนั้นก็คือ ประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้งาน (User Experience)
 
 
3.  On-Page Optimization
 
การทำ On-Page Optimization คือการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล SEO ในหน้าเว็บเพจของเรา เพื่อมั่นใจว่าหน้าเว็บไซต์นั้น ๆ สามารถไต่อันดับหน้าผลการค้นหาให้อยู่เหนือฝ่ายตรงข้ามในตลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Tittle Tag, Heading, Alt-Text สำหรับรูปภาพ และ Meta Description เป็นต้น ซึ่งส่วนสำคัญของการทำ On-Page Optimization ให้สำเร็จนั้นคือ คุณภาพเนื้อหา และ Keyword เช่นการเขียนบล็อก และปรับเนื้อหาเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพต่อ SEO อย่างสูงสุด
 
เราสามารถเริ่มการทำ On-Page Optimization จากการปรับ Title Tag, Meta Description, Heading, Alt Text, URLs โดยการแทรกสอด Keyword เข้าไปในส่วนต่างๆ เป็นต้น
 
- Title Tag: หัวข้อเนื้อหาที่เราอยากได้ให้แสดงอยู่บนหน้าผลการค้นหาของ Google เราควรใช้เวลาในการคิดชื่อหัวข้อให้น่าสนใจ เพราะจะทำให้เกิดจำนวนคลิกเข้าเว็บมากที่สุด
 
- Meta Description: คำอธิบายสั้นๆ เพียง 140 ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนหน้าผลการค้นหาของ Google เป็นคำบรรยายเพิ่มจาก Title Tag ว่าหากผู้ค้นทำการคลิ๊กเข้ามาหน้าเว็บไซต์เขาจะเจอคอนเทนต์แบบไหน Meta Description ควรเป็นเนื้อหาพูดถึงเหตุผลว่า ทำไมผู้ค้นหาควรจะเข้ามาเว็บของเรามากกว่าเว็บฝ่ายตรงข้าม
 
- Heading: หัวข้อต่างๆ บนหน้าโฮมเพจ ซึ่งแบ่งออกเป็น H1 - H6 ซึ่ง H1 แสดงถึงหัวข้อหลักของ Content เราควรมีหัวข้อหลักเพียงหนึ่งหัวข้อเท่านั้น เพื่อไม่ทำให้เกิดการงงงวยของผู้ใช้งานและ Search Engine Bots ส่วน H2-H6 แสดงถึงหัวข้อย่อยตามคิว
 
- Alt-Text: Keyword ที่เราสามารถสอดแทรกเข้าไปในรูปภาพ เพื่อเพิ่มความน่าจะเป็นการทำการค้นหา Keyword จากรูปภาพ เคยสงสัยไหมว่าหน้าผลการค้นหาแบบรูปภาพของ Google นำข้อมูลอะไรมาดูว่าแต่ละภาพ มีความสัมพันธ์กับสิ่งที่เราทำการค้นหา ผลลัพธ์ก็คือ Alt-Text หรือ Keyword ในรูปภาพนั่นเอง
 
- URLs: เราสามารถปรับลิงค์ URLs บนเว็บไซต์ให้มีความเกี่ยวข้องกับคำค้นหาได้จากการแทรกสอด Keyword ลงไปในส่วนด้านหลังชื่อ Domain หลัก
 
 
4. Off-Page Optimization
 
ในทางกลับกัน Off-Page Optimization คือการเพิ่มประสิทธิภาพ SEO นอกเว็บ ซึ่งหมายถึงการที่มี Link ของเราจากเว็บอื่น ๆ อ้างอิงถึงเรา หรือพูดถึงเรา เหมือนหน้าร้าน ที่มีลูกค้าพึงพอใจผลิตภัณฑ์ของเรา พวกเขาก็จะบอกต่อให้ผู้อื่นได้รับรู้และแนะนำให้เข้ามาที่ร้านของเรา การทำ Off-Page Optimization จะอยู่ในหลักการเดียวกัน ยิ่งมีเว็บไซต์ข้างนอก Link เข้ามาหาเว็บของเรามากเท่าไหร่ ความน่าไว้วางใจที่ Google มีต่อเว็บของเราจะมากขึ้นเท่านั้น
 
หัวใจหลักของการทำ Off-Page Optimization คือการสร้าง Link ที่มีประสิทธิภาพเชื่อมโยงกลับมาหาเว็บไซต์ของเรา หรือที่เรากันว่า Backlink นั่นเอง
 
การทำ Backlink ที่มีประสิทธิผลมากที่สุดคือการเขียนคอนเทนต์ที่มีประโยชน์สำหรับยูสเซอร์มากจนเป็นที่กล่าวถึง และผู้ใช้งานจะนำ Link ของเราไปอ้างอิงด้วยตนเอง ซึ่งวิธีนี้คือการทำ Backlink แบบธรรมชาติ แต่การจะส่งเสริมให้ Content ของเราถูกบอกต่อในโลกที่มีคอนเทนต์อย่างมากมายก่ายกองในอินเตอร์เนต เป็นเรื่องที่ยากมากๆ หากเราไม่เจ๋งจริง
 
เพราะฉะนั้น เราสามารถเริ่มการสร้าง Backlink ได้จากการเขียน Content ลงบนเว็บบอร์ด หรือกระทู้ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเราและสร้าง Link กลับมาหาเว็บ อีกทั้งวิธีหนึ่งที่เราคงจะสนิทสนมกันดีคือ ช่องทาง Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, Twitter etc. แชร์เนื้อหาของเราผ่านแนวทางเหล่านี้สามารถเพิ่ม Organic Traffic ได้เป็นอย่างดี
 
http://blog4free.online/